ตามหามือถือแอนดรอยด์หายด้วย Google Latitude





เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Google Latitude

          ครั้งก่อนได้แนะนำเพื่อนๆ ที่ใช้งาน iPhone ไปแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์ iPhone สุดรักของเราหายไปจะมีวิธีจัดการอย่างไรเมื่อ iPhone หาย สามารถดูขั้นตอนและวิธีการตามหา iPhone คลิกที่นี่ คราวนี้มาถึงคิวเพื่อน ๆ ที่ใช้มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์กันบ้าง ส่วนวิธีการค้นหามือถือบนแอนดรอยด์นั้นมีหลากหลายวิธี แต่ที่จะแนะนำวันนี้เป็นการตามหามือถือแอนดรอยด์ด้วยบริการ Google Latitude ซึ่งเป็นบริการฟรีจากกูเกิล ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับบริการนี้กันก่อน




Google Latitude

          Google Latitude คือ บริการระบบติดตามที่อยู่ เป็นอีกหนึ่งบริการที่ต่อยอดมาจาก Google Map ทำหน้าที่ระบุตำแหน่งบนแผนที่ Google Maps โดยอ้างอิงจากระบบ GPS แบบ Tracking ทำให้เราทราบว่าคนที่ใช้ Google Latitude อยู่ที่ไหนกันบ้างบนโลกใบนี้นั่นเอง แต่ก็สามารถทำมาประยุกต์ใช้ติดตามมือถือหายและสำรองข้อมูลต่าง ๆ ได้ สำหรับบริการนี้รองรับการใช้งานโทรศัพท์มือถือหลายระบบปฏิบัติการ เช่น iOS, Android, Nokia, Blackberry, Windows Mobile, มือถือ Java และใช้งานผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์ ส่วนขั้นตอนวิธีการใช้ Google Latitude ตามหามือถือที่หายมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาติดตามกันเลย

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนใช้งาน Google Latitude

    •    โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ที่เราใช้งาน และติดตั้งแอพฯ Google Maps ให้เรียบร้อย

    •    บัญชี Google Account (Gmail) อีเมล 2 บัญชี

    •    โทรศัพท์มือถือควรเปิดการใช้งาน 3G อยู่ตลอดเวลา

    •    ในกรณีที่มือถือหายแล้ว ควรมีคอมพิวเตอร์, โน๊ตบุ๊กหรือมือถือเครื่องอื่น ๆ ที่ติดตั้ง Google Latitude ไว้สำหรับค้นหาตำแหน่งมือถือ

ก่อนมือถือหายควรตั้งค่าและเปิดใช้งาน Google Latitude กันก่อน

1. เชื่อมต่อบัญชี Google Account โดยไปที่ Settings > Accounts and sync > Add account > Google จากนั้นให้ซิงค์บัญชี Gmail ที่เราใช้งานลงไป และซิงค์ข้อมูลต่าง ๆ ภายในเครื่องเข้ากับบริการของกูเกิล ไม่ว่าจะเป็น ปฏิทิน, เบอร์โทรศัพท์, รูปภาพ เป็นต้น ในกรณีที่มือถือหาย เราสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเหล่านี้มาเก็บไว้ได้



2. ขั้นตอนต่อไปให้เปิดการติดตามด้วย Google Latitude (ควรเปิดการใช้งาน GPS ไว้ด้วย) โดยไปที่แอพฯ Maps > แตะเมนู > Settings > Location settings





3. จากนั้นแตะเลือก Share location with family or friends > Agree & Continue > รอสักครู่ระบบจะทำการค้นหาตำแหน่งมือถือ




4. เมื่อตั้งค่าเรียบร้อยแล้วก็จะเจอกับหน้า Latitude เราสามารถแตะ Map View เพื่อดูตำแหน่งปัจจุบันของเราได้ โดยจะมีสัญลักษณ์เป็นรูปโปรไฟล์ของเราแสดงบนแผนที่ (ตามภาพ)





5. ไปที่เว็บ www.google.com/latitude ล็อกอินด้วยบัญชีอีเมลอีกชื่อที่เราเตรียมไว้ เพื่อใช้สำหรับติดตามมือถือในกรณีที่สูญหาย (ไม่ใช่อีเมลเดียวกับที่ซิงค์อยู่บนมือถือ)

6. จากนั้นให้คลิกที่ปุ่ม เพิ่มเพื่อน ใส่อีเมล (อันแรก) ที่เราซิงค์ไว้บนมือถือ เสร็จแล้วคลิกปุ่ม ส่งคำเชิญ




7. จะมีอีเมลแจ้งเตือนให้ทราบว่ามีการขอเพิ่มเป็นเพื่อนบน Google Latitude ให้เราเช็กอีเมลทั้งสองเมลแล้วกดยืนยันเพื่อแชร์ตำแหน่งให้กับอีเมลที่สอง เสร็จแล้วให้เข้าไปยัง Google Latitude บนมือถือก็จะพบกับข้อความร้องขอการแชร์ตำแหน่งบนแผนที่จากอีกอีเมล ให้แตะที่ข้อความจากนั้นแตะเลือก Accept and share back




เพียงเท่านั้นก็เสร็จขั้นตอนการตั้งค่า Google Latitude ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

วิธีตามหามือถือแอนดรอยด์หายด้วย Google Latitude

1. สิ่งที่ควรทำเป็นอันดับแรกก็คือ การตั้งสติ อย่าตื่นตระหนกจนเกิดเหตุ และให้พยายามนึกให้ได้ว่าใช้งานมือถือครั้งล่าสุดเมื่อไหร่ เพราะมีบางกรณีลืมไว้บนรถแท็กซี่, ตามร้านอาหาร สิ่งที่ควรทำให้หาโทรศัพท์มือถืออีกเครื่องเพื่อโทรเข้าหามือถือของเรา 


2. หากลองทำตามขั้นตอนที่ 1 แล้วไม่ได้ผล ให้กลับมาใช้ Google Latitude เพื่อดูตำแหน่งมือถือ โดยหาคอมพิวเตอร์หรือมือถือที่มีแอพฯ Google Latitude ในกรณีที่ใช้คอมฯ ตามหาให้เข้าไปที่เว็บ www.google.com/latitude  ล็อกอินด้วยอีเมลสำรอง (ที่เพิ่มเป็นเพื่อนกับอีเมลแรกบนมือถือ) จากนั้นบนแผนที่จะแสดงตำแหน่งมือถือของเราพร้อมกับบอกที่อยู่แบบชัดเจน



3. เมื่อทราบตำแหน่งมือถือที่หายแล้ว ในกรณีที่ต้องการออกตามหาด้วยตัวเอง ควรมีเพื่อนหรือผู้ใหญ่ไปด้วย เพื่อความปลอดภัยหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
 ทางที่ดีให้เดินทางไปยังแจ้งความที่สถานีตำรวจ ในพื้นที่ที่เราทำมือถือหาย จากนั้นทางตำรวจจะสอบถามเพื่อเขียนเอกสารแจ้งความ และสิ่งสำคัญที่จะต้องมีก็คือหมายเลข IMEI ของเครื่อง (วิธีดูเลขอีมี่ให้กด *#06#)  เมื่อเสร็จขั้นตอนให้นำเอกสารแจ้งความไปยื่นยังแผนกกฎหมายของผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ (AIS, True และ Dtac) ตามเครือข่ายที่เราใช้งาน ควรนำไปยื่นด้วยตัวเอง เพื่อจะได้สอบถามข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมได้

4. รอให้คนที่เจอหรือขโมยมือถือนำเครื่องไปใช้งาน ระหว่างนั้นให้เช็กกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เป็นระยะ สอบถามข้อมูลว่ามือถือของเราถูกเปิดใช้งานหรือไม่ (ขั้นตอนนี้เราจะต้องดำเนินการเอง) และอย่าลืมเข้าเว็บ Google Latitude เพื่อตรวจสอบตำแหน่งอีกช่องทาง


5. ในกรณีที่มีข้อมูลสำคัญอยู่ในมือถือ หากเราทำการซิงค์ข้อมูลต่าง ๆ ไว้กับกูเกิล ให้เราเข้าไปดึงข้อมูลกลับมาโดยไปที่ accounts.google.com ล็อกอินด้วยบัญชีอีเมลเดียวกับที่อยู่บนมือถือ จากนั้นไปที่บัญชีซึ่งอยู่ด้านรายการซ้ายมือแล้วคลิก ดาวน์โหลดข้อมูลของคุณ เสร็จแล้วให้ทำการเปลี่ยนรหัสผ่านอีเมล เพื่อป้องกันคนที่เจอโทรศัพท์เข้าไปลบข้อมูลต่าง ๆ หรือเปิดดูอีเมลสำคัญ ๆ

          ทั้งหมดนี้คือวิธีตามหามือถือสำหรับผู้ใช้งานแอนดรอยด์ ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีอีกหลายวิธี บางคนอาจจะเลือกตามหาด้วยแอพพลิเคชั่นหรือบริการตามหาจากผู้ผลิตมือถือ ยกตัวอย่างเช่น ผู้ใช้มือถือแอนดรอยด์เฉพาะซัมซุงสามารถติดตามมือถือได้ผ่านบริการ Samsung Dive หรือมือถือรุ่นอื่น ๆ สามารถใช้งานแอพฯ Android Lost, Plan B และ Lookout Security & Antivirus เป็นต้น


          ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสีย ควรใช้มือถืออย่างระมัดระวังและเก็บไว้ให้มิดชิด ส่วนเรื่องมือถือที่หายไปแล้วนั้นจะได้มือถือคืนหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยและต้องอาศัยเวลาและความอดทน ทางที่ดีอย่าทำมือถือหายจะดีที่สุด





คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ? รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !

แอพแรกที่คุณเลือก